fbpx

ธันวาคม 10

0 comments

“บ้านส้มตำ” ธุรกิจบ้านๆ สู่ร้อยล้านในสิบปี

By Happysme

ธันวาคม 10, 2019


ท่ามกลางร้านอาหารอีสานที่มีอยู่มากมายในปัจจุบัน ตั้งแต่ในห้างสรรพสินค้า ร้านแบบบ้านๆ หรือรถเข็นริมทาง อาหารอีสานเป็นอาหารที่มาพร้อมกับความแซ่บ ความนัว สามารถกินได้ทุกมื้อ ทุกงานสังสรรค์ และสามารถเปิดได้ทุกจังหวัด โดยหลายร้านประสบความสำเร็จ และมีลูกค้าติดใจให้การสนับสนุนอย่างต่อเนื่องมากมาย

ร้านอาหารบ้านส้มตำ เปิดเมื่อ 14 ปีก่อน ปัจจุบันพวกเขาสามารถขยายได้ถึง 8 สาขา ทั่วกรุงเทพและปริมณฑล ที่สำคัญยังประสบความสำเร็จด้วยยอดขายแตะ 300 ล้านบาท และตั้งเป้าหมายที่จะไปสู่ยอดขาย 500 ล้านบาทในปีหน้าอีกด้วย

สุภาพร ชูดวง ประธานกรรมการบริหารและผู้ก่อตั้ง บริษัท บ้านส้มตำ กรุ๊ป จำกัด เจ้าของร้าน “บ้านส้มตำ” เธอบอกจุดเริ่มต้นของการทำธุรกิจให้ฟังว่า ไม่เคยเปิดร้านอาหารมาก่อน อาศัยแค่ความชอบและหลงใหลในเสน่ห์ของอาหารอีสานเท่านั้น อีกทั้งยังมองว่าในอนาคตมีโอกาสที่จะไปสู่ตลาดอินเตอร์ได้ จึงเริ่มหันมาทำธุรกิจนี้ โดยใช้ชื่อว่า “บ้านส้มตำ”

ที่มา : baansomtum

สุภาพร ได้เล่าความหมายที่ซ่อนอยู่ในชื่อร้านว่า คำว่าบ้านส้มตำ มาจาก 3 เรื่องด้วยกัน หนึ่งคือความเป็นผู้เชี่ยวชาญ (Specialist) ด้านส้มตำ โดยเราจะรวมส้มตำที่หลากหลายมาไว้ที่นี่ ซึ่งตอนนี้เรามีเมนูส้มตำมากกว่า 20 เมนู สองคือการเป็นโฮมเมด (Homemade) เหมือนการทำอาหารกินที่บ้านเรา วัตถุดิบต่างๆ ที่เข้ามาสู่บ้านส้มตำก็จะเป็นสิ่งที่เราคัดสรรมาแล้วว่าดี สุดท้ายคือคำว่าบ้าน ก็คือการเหมือนได้กลับมาพักพิงกับคนที่เรารัก เพื่อน ครอบครัว จึงออกแบบร้านบ้านส้มตำให้เน้นการเป็นบ้าน เน้นพื้นที่สีเขียว

เพราะเมนูส้มตำเป็นอาหารที่เรียบง่ายมีขายในทุกที่ ถ้าไม่มาที่นี่ก็ไปซื้อที่อื่นก็ได้ ดังนั้นพวกเขาจึงให้ความสำคัญกับเมนูอาหารแต่ละจาน ให้คงรสชาติและหน้าตาที่เป็นเอกลักษณ์ ใส่ใจในการทำกระทั่งการคัดสรรวัตถุดิบที่เน้นวัตถุดิบที่ดีที่สุดและมาจากแหล่งกำเนิดโดยตรง นอกจากนี้วัตถุดิบที่เป็นส่วนประกอบของอาหารแต่ละจาน ยังผ่านการชั่งตวงทั้งหมด มีครัวกลางคอยจัดส่งวัตถุดิบสู่สาขาต่างๆ เพื่อรักษามาตรฐานของอาหารให้คงไว้

การทำธุรกิจบ้านส้มตำมีอยู่ 3 ปัจจัย ปัยจัยแรกเป็นเรื่องของรสชาติที่ต้องตรงตามมาตรฐานในทุกสาขา ซึ่งส่งผลให้รสชาติดีจนติดปากและสามารถหาทานได้ในสาขาใกล้ๆ ปัจจัยที่สองเป็นการรักษามาตรฐานอาหารของบ้านส้มตำ คือการที่เรามีครัวกลางเป็นพื้นที่ในการคิดค้น พัฒนาและสร้างสรรค์ในทุกเมนูเพื่อที่จะควบคุมคุณภาพของอาหารในทุกสาขา รวมไปถึงการคัดเลือกวัตถุดิบเพื่อส่งไปในสาขาต่างๆ ตลอดจนมาตรฐานการบริการที่มีการฝึกฝน อบรม พนักงานให้มีมาตรฐานการดูแลลูกค้าที่ดีในรูปแบบเดียวกัน และปัจจัยสุดท้ายเป็นการสนับสนุนการทำงานเป็นทีมและให้พนักงานมีความสุขในการทำงาน อย่างการดูแลคุณภาพชีวิต สวัสดิการ รวมถึงการเลี้ยงสังสรรค์ ที่บ้านส้มตำมอบให้กับพนักงานทุกคนอีกด้วย เธอบอกเบื้องหลังมาตรฐานในแบบบ้านส้มตำที่ทำให้ธุรกิจเติบโตได้อย่างยั่งยืน

โดยทุกเมนูของทางร้านถูกคิดค้นขึ้นภายใต้คอนเซ็ปต์ ส่งมอบอาหารที่ดีที่สุดให้แก่ลูกค้า โดยเฉพาะเมนู ตำหลวงพระบาง ที่เปิดขายเป็นเจ้าแรกๆ ในประเทศไทย ซึ่งในระยะเวลา 14 ปีที่ผ่านมา หากนับถึงวันนี้พวกเขาสามารถขายไปได้แล้วถึง 2 ล้านจาน

เพื่อต้องการให้บ้านส้มตำเป็นพื้นที่อิสระ สามารถผ่อนคลายเหมือนอยู่บ้านที่ทุกคนสามารถมาใช้เวลาร่วมกันได้ ในส่วนของการดีไซน์ร้านในแต่ละสาขาของร้านบ้านส้มตำ จึงเน้นพื้นที่สีเขียวเป็นหลัก โดยบางสาขามีพื้นที่สีเขียวถึง 70 เปอร์เซ็นต์ และพื้นที่ร้านอาหารเพียง 30 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น

ในปัจจุบันบ้านส้มตำมีทั้งหมด 8 สาขา ทั่วกรุงเทพและปริมณฑล โดยมีแผนจะขยายสาขาเป็น 10 สาขาในปีหน้า ซึ่งนับเป็นการลงทุนในสภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว ซึ่งหลายคนอาจมองว่าเป็นความเสี่ยง แต่เธอกลับบอกว่า การลงทุนของบ้านส้มตำนั้น จะยึดหลักความพอเพียง และทำในกำลังของตัวเองเท่านั้น จะไม่ทำอะไรที่เกินตัวแน่นอน

ในการทำธุรกิจต้องมีแผนและเติบโตขึ้นมาด้วยกำลังขาของตัวเอง ให้ความสำคัญกับคุณภาพมาตรฐาน ทั้งในเรื่องของรสชาติและการบริการ ที่คำนึงถึงสิ่งที่ดีที่สุดที่จะมอบให้แก่ลูกค้า อีกทั้งยังคิดถึงสังคมส่วนรวม ทำให้ธุรกิจบ้านส้มตำ ยังคงเติบโตได้อย่างต่อเนื่องและมีแนวโน้มว่าจะเติบโตขึ้นอีกในอนาคต

Happysme

About the author

{"email":"Email address invalid","url":"Website address invalid","required":"Required field missing"}

Direct Your Visitors to a Clear Action at the Bottom of the Page

>