fbpx

ธันวาคม 6

0 comments

หนูเล็กเบญจรงค์ ภูมิปัญญาเลอค่าแห่งดอนไก่ดี

By Happysme

ธันวาคม 6, 2019


คุณเคยตกหลุมรักอะไรจนถอนตัวไม่ขึ้นไหม? นอกจากจะหลงรักแล้วคุณสามารถแปลงสิ่งเหล่านั้นให้เป็นอาชีพได้หรือไม่ ถ้าคุณคิดว่าไม่มีวันทำได้ ให้ลองมาฟังเรื่องราวของผู้หญิงคนนี้ คนที่อาจจะเปลี่ยนความคิดของคุณไปอย่างสิ้นเชิงเลยทีเดียว

ประภาศรี พงษ์เมธา เจ้าของผลิตภัณฑ์หนูเล็กเบญจรงค์แห่งดอนไก่ดี ได้ตกหลุมรักลวดลายเบญจรงค์ตั้งแต่แรกเห็นเมื่อครั้งที่เธอยังอายุเพียง 10 ขวบหรือประมาณป. 4 เท่านั้น โดยประภาศรี เล่าว่า เธอเข้าทำงานที่โรงงานเสถียรภาพตั้งแต่ยังเด็ก ในสมัยนั้นโรงงานเสถียรภาพเป็น 1 ใน 2 โรงงานขนาดใหญ่ย่านอ้อมน้อย ที่สามารถรองรับคนงานได้มากถึง 2,000 คน และเธอคือหนึ่งในนั้นด้วย

ตั้งแต่จบป.4 ก็ไม่ได้ไปไหน เข้าโรงงานเลย เริ่มแรกเข้าไปทำเป็นแผนกจานชาม เทแบบ หล่อน้ำดิน โดยเจ้าของโรงงานเขาเป็นคนมีต้นทุนและความคิดดี เขาจึงได้สร้างห้องเบญจรงค์ขึ้นมาแล้วจ้างอาจารย์จากเมืองจีน และอาจารย์จากกรมศิลปากรมาสอน พอเราได้เห็นห้องเบญจรงค์ก็รู้สึกว่ามันสวยมาก เลยขอลาออกจากแผนกจานชามแล้วย้ายไปอยู่ตรงนั้น เข้าไปนั่งเขียนลาย ลงสี ซึ่งความรู้สึก คือ มันเท่มาก

จนถึงช่วงเวลาสุดท้ายของโรงงานเสถียรภาพที่ต้องปิดตัวเองลง เนื่องจากเศรษฐกิจที่ซบเซา ส่งผลให้คนงานกว่าพันชีวิตถูกลอยแพกลางอากาศ และประภาศรีเองก็เป็นหนึ่งในนั้น แต่เธอยังมีความโชคดีอยู่บ้าง คือ มีความรู้ด้านการทำเบญจรงค์ที่ฝึกฝน ขัดเกลาฝีมือจนเชี่ยวชาญมากว่า 20 ปีที่อยู่ในโรงงานเสถียรภาพ จึงกลายเป็นหนทางสว่างต่อยอดให้เธอก้าวต่อไปในอนาคตได้

ตอนนั้นที่โรงงานเสถียรภาพปิดตัวลง เราไม่มีงานทำ เคว้งคว้างเลยตอนนั้น แต่พอเราออกจากงานก็มานั่งคิดว่าจะทำอะไรดี ตอนนั้นพ่อพี่อยู่บ้านนอก เขาเห็นว่าเรามีฝีมือเลยตามกลับมาทำเบญจรงค์ที่บ้าน เริ่มจากไม่มีอะไรเลย ทำกันแค่สองคนพ่อลูก ต่อมาก็ขยายทำกันเองในครอบครัว ฝึกลูก ฝึกหลาน แล้วก็ขยายออกไปในพื้นที่ ชวนคนตกงานมาทำด้วยกัน ซึ่งในปัจจุบันมีเป็นร้อยคนเลย ในชุมชนเขาก็ดีใจ ไม่ต้องออกไปทำงานไกล ไม่เสียค่ารถ ค่าน้ำมัน มารับงานไปทำที่บ้านก็ได้ เราก็ให้ค่าตอบแทนเขาตามฝีมือ ตามผลงาน ตามความยากง่ายที่เขาทำได้

ความไม่หยุดนิ่งของประภาศรีที่มีการคิดค้นพัฒนา สร้างสรรค์ลวดลายใหม่ๆ มาอยู่บนเบญจรงค์ของเธออยู่เสมอ ทำให้เป็นจุดสำคัญที่ทำให้หนูเล็กเบญจรงค์มีความแตกต่างจากเจ้าอื่นๆ ที่สำคัญเธอยังมีกลุ่มลูกค้าที่ค่อนข้างกว้าง ตั้งแต่ลูกค้าระดับล่าง ระดับกลางไปจนถึงระดับบน รวมถึงลูกค้าที่เป็นนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติ และลูกค้าองค์กร ห้างร้าน และหน่วยงานต่างๆ ด้วย

30 กว่าปีของเราที่ทำเอง จากลวดลายไม่เยอะ รูปแบบผลิตภัณฑ์ไม่มาก เราก็พัฒนามาเรื่อยๆ มีแบบแปลกๆ ลวดลายใหม่ๆ ซึ่งต้องปรับกันตลอดเวลา เราต้องมีอะไรที่ไม่ซ้ำให้ลูกค้าได้เลือกซื้อ แน่นอนเรามีทั้งลายเก่าแก่ดั้งเดิม แต่ที่เพิ่มเติม คือ พยายามดัดแปลงให้ได้ลวดลายใหม่ๆ เช่น องค์กรส่วนพื้นที่มีการจ้างอาจารย์มาออกแบบให้ได้เป็นลายปลาทอง นอกจากนี้ยังมีลายสีสันฤดูร้อนอย้าง กุ้ง หอย ปู ปลา ที่ถือเป็นลายประจำจังหวัดสมุทรสาคร โดยงานของเราใช้ทองเต็ม เราเน้นความซื่อสัตย์ ไม่หลอกลวงลูกค้า ที่สำคัญเราไม่ได้บอกราคาสูงลิ่ว เราเอาที่เราอยู่ได้ เขาอยู่ได้ เลยมีลูกค้าประจำค่อนข้างเยอะ

สำหรับหลายคนที่มองเบญจรงค์เป็นภูมิปัญญาเก่าแก่ของไทยที่มีความสวยงามทั้งลวดลายและสีสัน แต่คำว่าเบญจรงค์ในมุมมองของประภาศรีที่อยู่กับเบญจรงค์มาค่อนชีวิต คือ สิ่งที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิตของเธอ 

เบญจรงค์มีประวัติความเป็นมายาวนาน มีเรื่องราว แต่สำหรับเรา คือ ความภาคภูมิใจ เพราะเราภูมิใจในสิ่งที่เราทำ เรารักมันแล้ว ใครมาชื่นชมงานฝีมือภูมิปัญญาของเรา เราก็ดีใจ จากที่เราไม่ได้มีความรู้อะไรมากมายจบแค่ป.4 ตอนนี้คนที่จบปริญญาก็ยังต้องมาเรียนรู้กับเรา เขายกย่องให้เราเป็นคนสอนเขา มันคือสิ่งที่ดีในชีวิต ที่ช่วยหล่อเลี้ยงเราตั้งแต่ออกจากโรงงานเสถียรภาพ มันคือ หัวใจ ที่ช่วยเลี้ยงชาวบ้าน เลี้ยงคนได้ตั้งเยอะเลย เราไม่หนีไปไหนแล้ว

หัวใจของความสำเร็จที่ทำให้เธอและเบญจรงค์อยู่คู่เคียงกันมาได้มากกว่า 60 ปี  โดยประภาศรี ได้กล่าวปิดท้ายว่า ใจต้องรักสุดๆ ที่สำคัญคือไม่เคยคิดทิ้งอาชีพนี้ พยายามดิ้นรน ขวนขวาย หาสิ่งใหม่ สร้างลวดลายใหม่ๆ ที่จะเขียนลงไป ไม่ว่าจะยากแค่ไหน เราก็จะฝึกวาดให้เก่ง ไม่เคยหยุดนิ่งเลย ซึ่งบางคนที่ทำอาจจะเบื่อไปแล้ว แต่เรายังดิ้นรนอยู่ ยิ่งมีคนเข้ามาเยี่ยมชมแล้วบอกว่าเบญจรงค์ของเราสวย เรายิ่งภูมิใจในสิ่งที่เราทำ

Happysme

About the author

{"email":"Email address invalid","url":"Website address invalid","required":"Required field missing"}

Direct Your Visitors to a Clear Action at the Bottom of the Page

>