fbpx

ธันวาคม 10

0 comments

เปลี่ยนความเศร้าให้เป็นธุรกิจ ปราบความเครียดจากไอเดียคุณ

By Happysme

ธันวาคม 10, 2019


โรคซึมเศร้าเป็นหนึ่งในสาเหตุสำคัญที่ทำให้คนคิดสั้น ฆ่าตัวตาย ส่งผลให้กลายเป็น Pain Point ที่สังคมไทยเฝ้ามองอยู่ห่างๆ เหตุผลที่ฃต้องอยู่ห่างๆ นั้น เพราะคนส่วนใหญ่ยังไม่มีความรู้เกี่ยวกับภาวะซึมเศร้าดีนักนั่นเอง

ในปัจจุบันจะเห็นได้ว่า มีผู้ป่วยหลายรายลุกขึ้นมาประกาศตัวกับสังคมว่า ฉันเป็นโรคซึมเศร้า แล้วเปลี่ยนประสบการณ์ของโรคเป็นองค์ความรู้ที่สามารถต่อยอดในการทำธุรกิจได้อย่างหลากหลาย เพื่อเป็นการหาทางออกให้กับสังคมไทยอย่างจริงจัง เพราะเชื่อว่าไม่มีใครจะเข้าใจคนป่วยซึมเศร้า ได้ดีเท่ากับคนที่เป็นหรือเคยเป็นโรคนี้อีกแล้ว ส่งผลให้นักการตลาดและผู้ประกอบการ มองเห็นโอกาสที่จะสร้างสรรค์ไอเดียธุรกิจมาตอบสนอง Pain Point ของคนกลุ่มนี้

ส่องหลากไอเดีย บรรเทาความเศร้า

ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันผู้คนยังติดภาพเดิมๆ ว่าโรงพยาบาลด้านจิตเวชนั้นน่ากลัว อีกทั้งสังคมบ้านเรามองว่าคนที่ไปหาจิตแพทย์นั้นคือ คนบ้า ทั้งจิตแพทย์หรือนักจิตวิทยาในบ้านเราก็มีจำนวนน้อยมาก ต่างจากในต่างประเทศที่การไปพบจิตแพทย์ ก็ไม่ต่างจากการหาหมอรักษาโรคทั่วไป ซึ่งการที่บริการด้านจิตเวชไม่สามารถเข้าถึงผู้ป่วยได้นี่เอง ได้ก่อให้เกิดไอเดียมากมายที่จะมาเติมเต็มพื้นที่ทางใจให้กับผู้ป่วยกลุ่มนี้ อาทิ

สร้าง Health Tech เชื่อมคนป่วยหาจิตแพทย์ 

เพราะคนที่มีภาวะซึมเศร้าไม่กล้าเข้าหาจิตแพทย์ จึงเป็นโอกาสทองของเหล่า Startup ที่ช่วยกันสร้างแพลตฟอร์มขึ้นมารองรับ เช่น เว็บไซต์ Relationflip ที่ผู้ใช้บริการเลือกนักจิตวิทยาการปรึกษาทางออนไลน์ แล้วจองเวลาเพื่อขอรับคำปรึกษาทางโทรศัพท์ และทางฝั่ง Occa เอง ก็มีทีมนักจิตวิทยาและจิตแพทย์ พร้อมให้คำปรึกษาแก่บุคคลทั่วไป พนักงานบริษัท และองค์กรชั้นนำ ผ่านวิดีโอคอลบนเว็บไซต์และแอปพลิเคชันเช่นเดียวกัน    

วิธีบำบัดทางเลือก 

การใช้ศิลปะบำบัดเยียวยาให้เกิดความสมดุล หาวิธีจัดการความรู้สึกหนักหน่วงนั้นให้เบาบางลง เพื่อให้ผู้ที่ก้าวออกไปมีความสบายใจและมั่นใจมากขึ้น อย่าง Studio Persona สตูดิโอศิลปะที่เปิดพื้นที่ให้คนที่อยู่ในภาวะซึมเศร้า มาแสดงออกจากความรู้สึกอ่อนแอ อ่อนไหวภายใน รวมทั้งคลี่คลายปมที่อยู่ในใจผ่านงานศิลปะที่ไม่จำกัดรูปแบบ

รับช่วงฟื้นฟูดูแลต่อเนื่อง 

ศูนย์ฟื้นฟูผู้ป่วยจิตเวชในบ้านเรานี้ยังถือว่ามีน้อยรายอยู่  ซึ่งถือเป็นธุรกิจที่รับไม้ต่อจากโรงพยาบาลจิตเวช เช่น ศูนย์ฟื้นฟูของ ลีฟวิ่ง วิสาหกิจเพื่อสังคม ที่รับดูแลผู้ป่วยอีกสักระยะให้มีสภาพจิตใจที่เข้มแข็ง และสามารถกลับไปใช้ชีวิตได้ตามปกติร่วมกับครอบครัว และคนอื่นในสังคม โดยไม่กลับไปป่วยใจซ้ำซ้อน

เปลี่ยนอิมเมจสถานบำบัด 

ล่าสุดเราเริ่มเห็นแคมเปญ I am From ศรีธัญญา กลยุทธ์ที่เน้นสร้างความเป็นมิตรกับสังคม พร้อมสร้างสรรค์กิจกรรมต่างๆ อย่างวิ่งการกุศล Crazy Run 2019 เพื่อเปิดบ้านให้คนทั่วไปได้รับรู้โลกภายในโรงพยาบาลที่ไม่เคยเห็นมาก่อน และเพื่อเปลี่ยนทัศนคติของสังคมที่มีต่อโรงพยาบาลศรีธัญญา เพาระคนส่วนใหญ่มักมีภาพจำของโรงพยาบาลหรือสถานรักษาโรคทางจิตเวชในเชิงลบ เลยไม่มีใครอยากที่จะเฉียดกายเข้าไป

นอกจากนี้ยังมี Jubjai Bot แชทบอทที่ใช้เทคโนโลยี AI ผสานเข้ากับศาสตร์ทางจิตวิทยา ตรวจจับคำที่สื่อถึงอารมณ์ความรู้สึก เพื่อคัดกรองผู้ที่เสี่ยงต่อการเป็นโรคซึมเศร้าในเบื้องต้น

และ TuneJai เพื่อนแชท EQ สูง ซึ่งรู้ว่าจะโต้ตอบกับผู้ป่วยโรคซึมเศร้าอย่างไร โดยมี Mood Tracker เครื่องมือติดตามอารมณ์ในแต่ละวัน สำหรับใช้เป็นข้อมูลในการวางแผนการรักษาต่อไปได้อีกด้วย

หากใช้ประโยชน์จากการตลาดให้เป็น และสามารถใช้เทคโนโลยีช่วยเยียวยาให้ถูกโรค รวมทั้งสังคมโดยรวมร่วมกันทำความเข้าใจว่าการไปพบจิตแพทย์นั้นไม่ใช่เรื่องแปลกประหลาดอะไร เชื่อว่าภาวะซึมเศร้าจะเป็นแค่โรคๆ หนึ่งที่มนุษย์เราสามารถเอาชนะได้

Happysme

About the author

{"email":"Email address invalid","url":"Website address invalid","required":"Required field missing"}

Direct Your Visitors to a Clear Action at the Bottom of the Page

>